สุดยอด “ขันโตก” ไม่ใช่ความอลังฯ แต่ …
“เป็นธรรมเนียมไทยแท้แต่โบราณ ใครมาถึงเรือนชานต้องต้อนรับ” ประโยคนี้ เป็นประโยค conceptual ของคนไทยเลยล่ะ เป็นเรื่องของมุมมอง ต่อแขกผู้มาเยือน
ชาวเหนือ ใช้การเลี้ยงขันโตก สำหรับแขกคนสำคัญ และได้ปฏิบัติสืบต่อกันมา ตั้งแต่โบราณ … รูปแบบการรับประทานอาหาร จะนั่งบนพื้นเรือน และ entertain ผู้มาเยือนด้วยการแสดงพื้นบ้าน
โตก หรือ สะโตก เป็นภาชนะสำหรับวางสำรับอาหาร ทำจากไม้หรือหวาย รูปร่างกลม มีหลายขนาด ใหญ่เล็ก และ หรูเลิศ ไล่ไป ตามลำดับยศศักดิ์ และ ความสำคัญของแขกผู้มาเยือน
สำรับขันโตก โดยทั่วไป ก็จะมี แกงฮังเล น้ำพริกหนุ่ม ผักสด ไก่ทอด/หมูทอด แคบหมู ข้าวเหนียว (ของฝากฮิตๆ หาซื้อได้ที่กาดหลวง!) … หลังๆ เริ่มมี ผัดผัก(รวมมิตร) สงสัยว่า จะเอาใจลูกค้าธาตุอ่อน หรืออะไรทำนองนี้
ปัจจุบัน การกินขันโตก แปรสภาพ ไปเยอะเหมือนกัน คือเราไม่เลี้ยงที่ชานบ้าน(ของเรา)แล้ว แต่จะพาแขกไปกินขันโตกกันตามร้านอาหาร หรือ สวนอาหารขนาดใหญ่ ที่พยายามตกแต่งสถานที่ ให้มีบรรยากาศ “ล้านนาๆ” เข้าไว้
ในเมืองเชียงใหม่ ใครๆ ก็พูดถึง “คุ้มขันโตก” หรือไม่ก็ “ศูนย์วัฒนธรรมเชียงใหม่” ราคาประมาณ 300-400 บาท … คุ้มขันโตก บริหารงานแบบเอกชนเต็มตัว เรียกว่า ได้มาตรฐาน บริการปานกลาง … บรรยากาศโดยรวม ออกแนว “กรุ๊ปทัวร์” สักเล็กน้อย
ในขณะที่ ศูนย์วัฒนธรรมเชียงใหม่ ราคาใกล้ๆ กัน บรรยากาศเก่าๆ และขรึมกว่า แต่ก็ได้มาตรฐาน(กึ่งราชการ) ที่นี่มีข้อดี อย่างหนึ่ง คือ ถ้าเลือกไปกินขันโตกในวันเสาร์ เมื่อเสร็จแล้ว สามารถออกมาเดินเที่ยว ถนนคนเดิน(วัวลาย) ได้ด้วย … ขอบอก
ความจริง ลองหาใน net ดู ก็จะได้อีกหลายร้าน แต่เพื่อนท่านหนึ่ง แนะนำว่า … ขันโตกวิว ก็ดี (ถัดจาก Good view ไปเล็กน้อย) … ที่นั่น เป็นบรรยากาศริมลำน้ำปิง เหมาะกับกรุ๊ปขนาดย่อมๆ มีการแสดงพื้นเมือง แม้จะไม่อลัง(การ) แต่แลกกับบรรยากาศ “ชานบ้าน” ก็เก๋ไปอีกแบบ ราคาสูงขึ้นมาเล็กน้อย
สุดท้าย ถ้าจะเอาแบบ Hi-end ลองไปกินอาหารเย็นที่ ดาราเทวี บอกเขาว่า ไม่อยากนั่งโต๊ะ “ขอแบบขันโตก” … สักเดี๋ยว ก็จะรู้ว่า สุดยอดของการกินขันโตก ไม่ต้องใหญ่ ไม่ต้องอลังฯ แต่ที่ขาดไม่ได้ คือ ต้องมีบรรยากาศแห่งการต้อนรับ อันอบอุ่น นั่นต่างหาก … สำคัญที่สุด
khun_aut
Tags: ขันโตก เชียงใหม่
You can comment below, or link to this permanent URL from your own site.
มกราคม 18, 2008 at 10:43 am
“ศูนย์วัฒนธรรมเชียงใหม่” สามปีที่ผ่าน..คืนก่อนวัน “ซึนามิ” ไปลอง ชิมไป-ชม(รำ)ไปด้วย..บรรยากาศดี ขลังๆ
นอกจากจะได้ชมและได้ชิมแล้ว..ยังได้ความรู้สึกอีกอย่างในระหว่างนั้น นึกว่าตัวเป็นชาวต่างชาติขึ้นมา..ซะงั้น!(กลับมามองกระจกอีกที่..ก็ออกจะไม่นะ..เรา???)
แต่ไม่เข้าใจอยู่อย่าง จนวันนี้ ว่าขันโตกทำไมต้องมี “ไก่ทอด” ด้วย..หรือเพระว่า นักท่องเที่ยวต่างชาติ เลยต้องเพิ่มเข้ามา????…หรือเพราะมามันมีออกในขันโตก ตั้งแต่อ้อนแต่ออกแล้ว..???
มกราคม 18, 2008 at 12:10 pm
สงสัยมาพร้อมกับ KFC!
: )