You are currently browsing the daily archive for มกราคม 11th, 2008.

เป็นธรรมเนียมไทยแท้แต่โบราณ ใครมาถึงเรือนชานต้องต้อนรับประโยคนี้ เป็นประโยค conceptual ของคนไทยเลยล่ะ เป็นเรื่องของมุมมอง ต่อแขกผู้มาเยือน   

ชาวเหนือ ใช้การเลี้ยงขันโตก สำหรับแขกคนสำคัญ และได้ปฏิบัติสืบต่อกันมา ตั้งแต่โบราณ … รูปแบบการรับประทานอาหาร จะนั่งบนพื้นเรือน และ entertain ผู้มาเยือนด้วยการแสดงพื้นบ้าน    

โตก หรือ สะโตก เป็นภาชนะสำหรับวางสำรับอาหาร ทำจากไม้หรือหวาย รูปร่างกลม มีหลายขนาด ใหญ่เล็ก และ หรูเลิศ ไล่ไป ตามลำดับยศศักดิ์ และ ความสำคัญของแขกผู้มาเยือน

สำรับขันโตก โดยทั่วไป ก็จะมี แกงฮังเล น้ำพริกหนุ่ม ผักสด ไก่ทอด/หมูทอด แคบหมู ข้าวเหนียว (ของฝากฮิตๆ หาซื้อได้ที่กาดหลวง!) … หลังๆ เริ่มมี ผัดผัก(รวมมิตร) สงสัยว่า จะเอาใจลูกค้าธาตุอ่อน หรืออะไรทำนองนี้    

ปัจจุบัน การกินขันโตก แปรสภาพ ไปเยอะเหมือนกัน คือเราไม่เลี้ยงที่ชานบ้าน(ของเรา)แล้ว แต่จะพาแขกไปกินขันโตกกันตามร้านอาหาร หรือ สวนอาหารขนาดใหญ่ ที่พยายามตกแต่งสถานที่ ให้มีบรรยากาศ ล้านนาๆเข้าไว้  

ในเมืองเชียงใหม่ ใครๆ ก็พูดถึง คุ้มขันโตก หรือไม่ก็ ศูนย์วัฒนธรรมเชียงใหม่ ราคาประมาณ 300-400 บาท … คุ้มขันโตก บริหารงานแบบเอกชนเต็มตัว เรียกว่า ได้มาตรฐาน บริการปานกลาง … บรรยากาศโดยรวม ออกแนว กรุ๊ปทัวร์สักเล็กน้อย   

ในขณะที่ ศูนย์วัฒนธรรมเชียงใหม่ ราคาใกล้ๆ กัน บรรยากาศเก่าๆ และขรึมกว่า แต่ก็ได้มาตรฐาน(กึ่งราชการ) ที่นี่มีข้อดี อย่างหนึ่ง คือ ถ้าเลือกไปกินขันโตกในวันเสาร์  เมื่อเสร็จแล้ว สามารถออกมาเดินเที่ยว ถนนคนเดิน(วัวลาย) ได้ด้วย … ขอบอก  

ความจริง ลองหาใน net ดู ก็จะได้อีกหลายร้าน แต่เพื่อนท่านหนึ่ง แนะนำว่า … ขันโตกวิว ก็ดี (ถัดจาก Good view ไปเล็กน้อย) … ที่นั่น เป็นบรรยากาศริมลำน้ำปิง  เหมาะกับกรุ๊ปขนาดย่อมๆ มีการแสดงพื้นเมือง แม้จะไม่อลัง(การ) แต่แลกกับบรรยากาศ ชานบ้าน ก็เก๋ไปอีกแบบ ราคาสูงขึ้นมาเล็กน้อย  

สุดท้าย ถ้าจะเอาแบบ Hi-end ลองไปกินอาหารเย็นที่ ดาราเทวี บอกเขาว่า ไม่อยากนั่งโต๊ะ ขอแบบขันโตก … สักเดี๋ยว ก็จะรู้ว่า สุดยอดของการกินขันโตก ไม่ต้องใหญ่ ไม่ต้องอลังฯ แต่ที่ขาดไม่ได้ คือ ต้องมีบรรยากาศแห่งการต้อนรับ อันอบอุ่น นั่นต่างหาก … สำคัญที่สุด    

khun_aut

mohg005.jpg